วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รวมคำสั่ง Run






เรียกโปรแกรม Accessibility Options —> access.cplเรียกโปรแกรม Add Hardware —> hdwwiz.cplเรียกโปรแกรม Add/Remove Programs —> appwiz.cplเรียกโปรแกรม Administrative Tools control —> admintoolsตั้งค่า Automatic Updates —> wuaucpl.cplเรียกโปรแกรม Bluetooth Transfer Wizard —> fsquirtเรียกโปรแกรม เครื่องคิดเลข (Calculator) —> calcเรียกโปรแกรม Certificate Manager —> certmgr.mscเรียกโปรแกรม Character Map —> charmapเรียกโปรแกรม ตรวจสอบดิสก์ (Check Disk Utility) —> chkdskเรียกดูคลิปบอร์ด (Clipboard Viewer) —> clipbrdเรียกหน้าต่างดอส (Command Prompt) —> cmdเรียกโปรแกรม Component Services —> dcomcnfgเรียกโปรแกรม Computer Management —> compmgmt.mscเรียกดู/ตั้ง เวลาและวันที่ —> timedate.cplเรียกหน้าต่าง Device Manager —> devmgmt.mscเรียกดูข้อมูล Direct X (Direct X Troubleshooter) —> dxdiagเรียกโปรแกรม Disk Cleanup Utility —> cleanmgrเรียกโปรแกรม Disk Defragment —> dfrg.mscเรียกโปรแกรม Disk Management —> diskmgmt.mscเรียกโปรแกรม Disk Partition Manager —> diskpartเรียกหน้าต่าง Display Properties control desktop —> desk.cplเรียกหน้าต่าง Display Properties เพื่อปรับสีวินโดวส์ —> control colorเรียกดูโปรแกรมช่วยแก้ไขปัญหา (Dr. Watson) —> drwtsn32เรียกโปรแกรมตรวจสอบไดร์ฟเวอร์ (Driver Verifier Utility) —> verifierเรียกดูประวัติการทำงานของเครื่อง (Event Viewer) —> eventvwr.mscเรียกเครื่องมือตรวจสอบไฟล์ File Signature Verification Tool —> sigverifเรียกหน้าต่าง Folders Options control —> foldersเรียกโปรแกรมจัดการ Fonts —> control fontsเปิดไปยังโฟลเดอร์ Fonts (Fonts Folder) —> fontsเรียกเกม Free Cell —> freecellเปิดหน้าต่าง Game Controllers —> joy.cplเปิดโปรแกรมแก้ไข Group Policy (ใช้กับ XP Home ไม่ได้) —> gpedit.mscเรียกโปรแกรมสร้างไฟล์ Setup (Iexpress Wizard) —> iexpressเรียกโปรแกรม Indexing Service —> ciadv.mscเรียกหน้าต่าง Internet Properties —> inetcpl.cplเรียกหน้าต่าง Keyboard Properties —> control keyboardแก้ไขค่าความปลอดภัย (Local Security Settings) —> secpol.mscแก้ไขผู้ใช้ (Local Users and Groups) —> lusrmgr.mscคำสั่ง Log-off —> logoffเรียกหน้าต่าง Mouse Properties control mouse main.cplเรียกหน้าต่าง Network Connections control netconnections —> ncpa.cplเรียกหน้าต่าง Network Setup Wizard —> netsetup.cplเรียกโปรแกรม Notepad —> notepadเรียกคีย์บอร์ดบนหน้าจอ (On Screen Keyboard) —> oskเรียกหน้าต่าง Performance Monitor —> perfmon.mscเรียกหน้าต่าง Power Options Properties —> powercfg.cplเรียกโปรแกรม Private Character Editor —> eudceditเรียกหน้าต่าง Regional Settings —> intl.cplเรียกหน้าต่าง Registry Editor —> regeditเรียกโปรแกรม Remote Desktop —> mstscเรียกหน้าต่าง Removable Storage —> ntmsmgr.mscเรียกหน้าต่าง Removable Storage Operator Requests —> ntmsoprq.mscเรียกดู Policy ที่ตั้งไว้ (ใช้กับ XP Home ไม่ได้) —> rsop.mscเรียกหน้าต่าง Scanners and Cameras —> sticpl.cplเรียกโปรแกรม Scheduled Tasks control —> schedtasksเรียกหน้าต่าง Security Center —> wscui.cplเรียกหน้าต่าง Services —> services.mscเรียกหน้าต่าง Shared Folders —> fsmgmt.mscคำสั่ง Shuts Down —> shutdownเรียกหน้าต่าง Sounds and Audio —> mmsys.cplเรียกเกม Spider Solitare —> spiderแก้ไขไฟล์ระบบ (System Configuration Editor) —> syseditแก้ไขการตั้งค่าระบบ (System Configuration Utility) —> msconfigตรวจสอบระบบด้วย System File Checker Utility (เริ่มทันที) —> sfc /scannowตรวจสอบระบบด้วย System File Checker Utility (เริ่มเมื่อบู๊ต) —> sfc /scanonceเรียกหน้าต่าง System Properties —> sysdm.cplเรียกหน้าต่าง Task Manager —> taskmgrเรียกหน้าต่าง User Account Management —> nusrmgr.cplเรียกโปรแกรม Utility Manager —> utilmanเรียกโปรแกรม Windows Firewall —> firewall.cplเรียกโปรแกรม Windows Magnifier —> magnifyเรียกหน้าต่าง Windows Management Infrastructure —> wmimgmt.mscเรียกหน้าต่าง Windows System Security Tool —> syskeyเรียกตัวอัพเดตวินโดวส์ (Windows Update) —> wupdmgrเรียกโปรแกรม Wordpad —> write
http://www.boarddev.com/

แป้นพิมพ์ลัด






เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน Windows ง่ายๆ ด้วยการจดจำ และเรียนรู้การใช้งาน Keyboard ผสมผสานกับการใช้งานเม้าส์ รับรองคุณจะทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น * BACKSPACE (ดูโฟลเดอร์ย้อนขึ้นหนึ่งระดับใน My Computer หรือ Windows Explorer) * ESC (ยกเลิกงานปัจจุบัน) * CTRL+C (คัดลอก) * CTRL+X (ตัด) * CTRL+V (วาง) * CTRL+Z (ยกเลิก) * DELETE (ลบ) * SHIFT+DELETE (ลบรายการที่เลือกอย่างถาวรโดยไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin) * กดปุ่ม CTRL ขณะที่ลากรายการ (คัดลอกรายการที่เลือก) * กดปุ่ม CTRL+SHIFT ขณะที่ลากรายการ (สร้างทางลัดไปยังรายการที่เลือก) * ปุ่ม F2 (เปลี่ยนชื่อรายการที่เลือก) * CTRL+ ลูกศรขวา (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของคำถัดไป) * CTRL+ ลูกศรซ้าย (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของคำก่อนหน้า) * CTRL+ ลูกศรลง (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของย่อหน้าถัดไป) * CTRL+ ลูกศรขึ้น (ย้ายเคอร์เซอร์ไปยังจุดเริ่มต้นของย่อหน้าก่อนหน้าไป) * CTRL+SHIFT พร้อมกับปุ่มลูกศรใดๆ (ไฮไลต์บล็อกข้อความ) * CTRL+A (เลือกทั้งหมด) * ปุ่ม F3 (ค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์) * ALT+ENTER (ดูคุณสมบัติต่างๆ ของรายการที่เลือก) * ALT+F4 (ปิดรายการที่ใช้งานอยู่ หรือปิดโปรแกรมที่ใช้งาน) * ALT+ENTER (แสดงคุณสมบัติของออบเจกต์ที่เลือก) * ALT+SPACEBAR (เปิดเมนูทางลัดสำหรับหน้าต่างที่ทำงานอยู่) * CTRL+F4 (ปิดเอกสารที่ใช้งานอยู่) * ALT+TAB (สลับระหว่างรายการต่างๆ ที่เปิดอยู่) * ALT+ESC (สลับไปยังรายการต่างๆ ตามลำดับที่เปิด) * ปุ่ม F6 (สลับไปตามรายการอิลิเมนต์บนหน้าจอในหน้าต่างหรือบนเดสก์ทอป) * ปุ่ม F4 (แสดงรายการแอดเดรสบาร์ใน My Computer หรือ Windows Explorer) * SHIFT+F10 (แสดงเมนูทางลัดสำหรับรายการที่เลือก) * ALT+SPACEBAR (เปิดเมนูระบบสำหรับหน้าต่างที่ทำงานอยู่) * CTRL+ESC (แสดงเมนู Start) * ALT+อักษรขีดเส้นใต้ในชื่อเมนู (แสดงเมนูนั้นๆ) * อักษรที่ขีดเส้นใต้ในชื่อคำสั่งบนเมนูที่เปิด (ทำงานตามคำสั่งนั้นๆ) * ปุ่ม F10 (เปิดแถบเมนูในโปรแกรมที่กำลังใช้งาน) * ลูกศรขวา (เปิดเมนูถัดไปทางขวา หรือเปิดเมนูย่อย) * ลูกศรซ้าย (เปิดเมนูถัดไปทางซ้าย หรือปิดเมนูย่อย) * ปุ่ม F5 (อัปเดทหน้าต่าง) * กดปุ่ม SHIFT ขณะที่ใส่แผ่นซีดีรอมลงในไดรฟ์ซีดีรอม (ยกเลิกการเล่นซีดีรอมอัตโนมัติ) * CTRL+SHIFT+ESC (เปิด Task Manager)
http://www.boarddev.com/

ประวัตความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต




อินเตอร์เน็ต มีพัฒนาการมาจาก อาร์พาเน็ต (Arp Anet เรียกสั้น ๆ ว่า อาร์พา) ที่ตั้งขึ้นในปี 2512 เป็นเครือข่ายคอมพิวเคอร์ของกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ที่ใช้ในงานวิจัยด้านทหาร (ARP : Advanced Research Project Agency) มาถึงปี 2515 หลังจากที่เครือข่ายทดลองอาร์พาประสบความสำเร็จอย่างสูง และได้มีการปรับปรุงหน่วยงานจากอาร์พามาเป็นดาร์พา (Defense Advanced Research Project Agency: DARPA) และในที่สุดปี 2518 อาร์พาเน็ตก็ขึ้นตรงกับหน่วยการสื่อสารของกองทัพ (Defense Communication Agency) ในปี 2526 อาร์พาเน็ตก็ได้แบ่งเป็น 2 เครือข่ายด้านงานวิจัย ใช้ชื่ออาร์พาเน็ตเหมือนเดิม ส่วนเครือข่ายของกองทัพใช้ชื่อว่า มิลเน็ต (MILNET : Millitary Network) ซึ่งมีการเชื่อมต่อโดยใช้ โพรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet) เป็นครั้งแรก ในปี 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติของอเมริกา (NSF) ได้ ให้เงินทุนในการสร้างศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 6 แห่ง และใช้ชื่อว่า NSFNETและพอมาถึงปี 2533 อาร์พารองรับภาระที่เป็นกระดูกสันหลัง (Backbone) ของระบบไม่ได้ จึงได้ยุติอาร์พาเน็ต และเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครือข่ายขนาดมหึมา จนถึงทุกวันนี้ และเรียกเครือข่ายนี้ว่า อินเตอร์เน็ต โดยเครือข่ายส่วนใหญ่จะอยู่ในอเมริกา และปัจจุบันนี้มีเครือข่ายย่อยมากถึง 50,000 เครือข่ายทีเดียว และคาดว่า ภายในปี 2543 จะมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งโลกประมาณ 100 ล้านคน หรือใกล้เคียงกับประชากรในโลกทั้งหมด สำหรับประเทศไทยนั้น อินเตอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทอย่างมากในช่วงปี 2530-2535 โดยเริ่มจากการเป็นเครือข่ายในระบบคอมพิวเตอร์ระดับมหาวิทยาลัย (Campus Network) แล้วจึงเชื่อมต่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2535และ ในปี 2538 ก็มี การเปิดให้ บริการอินเตอร์เน็ตในเชิงพาณิชย์ (รายแรก คือ อินเตอร์เน็ตเคเอสซี) ซึ่งขณะนั้น เวิร์ลด์ไวด์เว็บกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา อย่างไรก็ตาม อินเตอร์เน็ต บางครั้งก็มีการเรียกย่อเป็น เน็ต (Net) หรือ The Net ด้วยเช่นเดียวกัน อีกคำหนึ่งที่หมายถึงอินเตอร์เน็ตก็คือ เว็บ (Web) และ เวิร์ลด์ไวด์เว็บ (World – Wide Web) (จริง ๆ แล้ว เว็บเป็นเพียงบริการหนึ่งของอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่บริการนี้ ถือว่าเป็นบริการที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด
http://www.boarddev.com/

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ความรู้เกี่ยวกับบล็อก







ความรู้เกี่ยวกับblog Web log หรือเรียกสั้นๆ ว่า blog (บล็อก) เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะนำเวบไปใช้งานในรูปแบบอื่น ให้อธิบายง่ายๆ blog คือ ไดอารี่ออนไลน์นั่นเอง เริ่มจากเราทำการสมัครสมาชิกของ blog หรือจะตั้งเซิร์ฟเวอร์เองก็ได้ แล้วก็เขียนเรื่องราวต่างๆ ตามใจชอบ โดย blog จะแสดงผลตามวันเหมือนกับไดอารี่ทุกประการ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า แล้วจะเขียนเรื่องอะไรลงใน blog ของเราดีล่ะ อันนี้หลากหลายมาก (เหมือนกับเราเขียนไดอารี่นั่นแหละ) บางคนอาจจะบันทึกเรื่องที่เจอในแต่ละวัน บางคนอาจจะเขียนวิจารณ์ข่าวสารบ้านเมือง บางคนอาจจะแนะนำเวบไซต์ที่เจอมาในวันนั้น แต่งกลอน โพสรูปที่ไปเที่ยวมา หรือบางครั้งก็ร่วมกันเขียนเป็นทีม ขึ้นกับเจ้าของ blog ว่าต้องการเขียนไปในทางไหน ทำไม blog ถึงมีค่าแก่การพูดถึง? อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว การเขียน blog ฟังดูธรรมดามากเลยใช่มั้ยครับ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ฮิต และอินเทรนด์ที่สุดบนอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ผมลองมานั่งนึกสาเหตุที่ทำให้ใครๆ ก็ติด blog มาได้หลายประการดังนี้ครับ 1. เขียน blog เหมือนกับเล่นเวบบอร์ด กฎข้อแรกของการสร้างเวบไซต์ให้ติดตลาด คือ ต้องทำให้ผู้ชมกลับมาเยี่ยมเวบของเราอีกให้ได้ และวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือ สร้างชุมชนของผู้ชม (Community) ให้เกิดขึ้นบนเวบของเรา เพราะเหตุนี้จึงทำให้เวบที่เน้นการสนทนาผ่านเวบบอร์ดอย่าง Pantip.com กลายเป็นเวบไซต์อันดับหนึ่งของเมืองไทยมาหลายปี blog เป็นการแสดงความคิดเห็นของเราให้คนอื่นอ่านวิธีหนึ่ง เพียงแต่เป็นเวบบอร์ดส่วนตัวที่คนเขียนคือเจ้าของ blog เท่านั้น (ผู้ชมสามารถแสดงความเห็นได้เป็น comment) 2. เขียน blog ไม่ต้องระวังเท่าเวบบอร์ด จุดอ่อนของเวบบอร์ดคือคนเยอะ และเมื่อเกิดความขัดแย้งกัน ก็จะทะเลาะกันใหญ่โต Pantip.com เจอปัญหานี้มากจนต้องตั้งระบบสมาชิกที่เข้มงวด ทำให้ลำบากในการสมัคร blog เข้ามาทดแทนในจุดนี้ได้พอดี เราสามารถเขียนอะไรลงใน blog ของเราก็ได้โดยไม่ต้องกลัวใครว่า ไม่ต้องกลัวข้อมูลมั่ว (เพราะว่าเป็น blog ของเรานี่นา) ทำให้หลายๆ คนเกิดความสบายใจในการเขียน blog มากกว่าเวบบอร์ดที่มีคนมาคอยเถียงหรือจับผิด 3. blog มีเนื้อหาต่อเนื่อง คนที่สนใจในเรื่องเดียวกันก็มักจะเข้าเวบบอร์ดเฉพาะเรื่อง แต่ปัญหาอีกอย่างของเวบบอร์ดคือ กระทู้ตกเร็ว และแต่ละกระทู้ไม่ต่อเนื่องกัน เพราะต่างคนต่างโพส แต่ blog นั้นเป็นของเจ้าของคนเดียว เขียนคนเดียว สามารถควบคุมความต่อเนื่องของเนื้อหาได้สะดวกกว่า ยิ่งเจ้าของ blog นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เราสนใจพอดี นี่จะสนุกมากเลยครับ ได้อ่านอะไรๆ ที่วงในเค้ารู้กันได้จาก blog นี่ล่ะ 4. มันก็เหมือนแอบอ่านไอดารี่คนอื่น การแอบอ่านไดอารี่เป็นอะไรที่ไม่ดีแต่สนุกมาก blog นั้นกลับกัน เป็นไดอารี่ที่อยากให้คนอื่นอ่าน ดังนั้นเจ้าของ blog จะประดิษฐ์ ประดอยหาเรื่องที่น่าสนใจมาเขียนให้อ่าน ทำให้เรื่องใน blog นั้นก็น่าสนใจมากขึ้น
http://www.gotoknow.org/

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

แก้คำที่พิมพ์ผิดเพราะลืมเปลี่ยนภาษา

ในบางครั้งเวลาที่คุณพิมพ์งานโดยที่คุณมองแต่แป้นพิมพ์โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นดูหน้าจอแต่คุณลืมกดเปลี่ยนภาษา ถ้าเป็นข้อความสั้น ๆก็ไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไรสามารถลบแล้วพิมพ์ใหม่ได้แต่ถ้าเป็นข้อความยาว ๆ เช่น "รายงานการทำงานประจำเดือนธันวาคมเรื่อง" คุณก็จะได้คำนี้แทน "ikp'kodkime'koxit0egfnvoTyo;k8,ginjv'"โปรแกรมนี้สามารถช่วยคุณได้ โปรแกรมนี้ไม่กินแรม ไม่หน่วงเครื่อง ไม่ทำให้เครื่องบู๊ตช้า ขนาดเพียงแค่ 160 KB เท่านั้น โปรแกรมนี้มีขนาดเล็กมากๆ และทำงานได้ดี ไม่ต้อง Install
วิธีใช้
1.copy ตัวโปรแกรมวางไว้ใน C:\Documents and Settings\All Users\StartMenu\Programs\Startup ซึ่งจะทำให้โปรแกรมรันเองโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่อง 2.เมื่อคุนพิมพ์ผิด เช่น คุณต้องการพิมพ์คำว่า "สวัดี" แต่กลายเป็น "l;ylfu" แทน ให้คุณแดรกเม้าส์เลือกคำผิดทั้งหมด แล้วกดแป้น Ctrl+Backspace (จะได้ผลมากถ้ากด Ctrl ค้างไว้ก่อนแล้วกด Backspace ตาม) ใช้ได้ทั้งเปลี่ยนไทย เป็น อังกฤษ หรืออังกฤษ เป็น ไทย
www.siamsouth

เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

สำหรับการเรียงอักษรบนแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเรียง ที่เรียกว่า QWERTY (คิวเวอร์ตี้) ที่เรียกกันอย่างนี้เพราะเป็นการนำอักษร 6 ตัวแรก(เมื่อนับจากซ้ายมาขวา) ของแป้นพิมพ์ที่เป็นตัวอักษรแถวบนมาต่อกัน และถ้าหากจะถามว่าทำไมถึงต้องเรียงแบบนี้ เราคงต้องย้อนกลับไปในอดีตกันซะหน่อยการเรียงลำดับ อักษรของแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้น มีที่มาจากข้อจำกัดที่เกิดกับเครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรกๆ ที่ยังจัดแป้นพิมพ์แบบเรียงตามลำดับตัวอักษรคือ เมื่อคนที่พิมพ์ดีดได้คล่องและเร็วมาพิมพ์จะทำให้ก้านพิมพ์ดีดขัดกันอยู่ เสมอ ต่อมา คริสโตเฟอร์ ลาแธม โชลส์ วิศวกรเครื่องกลชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีดสมัยใหม่รายแรกและได้รับสิทธิบัตรในปี 1868 จึงทำการเรียงลำดับตัวอักษรเสียใหม่ด้วยการแยกตัวอักษรที่มักใช้มาผสมเป็นคำ ร่วมกันบ่อยๆ ออกไปอยู่กันคนละฝั่งของแป้นพิมพ์ เพื่อทำให้นักพิมพ์ดีดพิมพ์ได้ช้าลงกว่าเดิม จะได้ไม่เกิดปัญหาก้านพิมพ์ขัดกันอีกอย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกผู้คนยังคงไม่นิยมเครื่องพิมพ์ดีดของเขามากนัก ทำให้โชลส์ตัดสินใจขายสิทธิบัตรดังกล่าวให้กับทางบริษัท เรมิงตันอาร์มคอมพานี ในปี 1973 ซึ่งปรากฏว่าหลังจากที่ทางเรมิงตันผลิตเครื่องพิมพ์ดีดออกมาจำหน่าย ความนิยมในตัวเครื่องพิมพ์ดีดกลับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากใน เวลาต่อมา ปรากฏว่ามีผู้พยายามจัดเรียงตัวอักษรบนแป้นพิมพ์เป็นแบบต่างๆ ซึ่งแบบที่ได้รับความนิยมมากหน่อยก็อย่างเช่น แบบ DVORAK ซึ่งเคยมีการบอกกล่าวกันว่าการเรียงในรูปแบบนี้จะทำให้พิมพ์เร็วขึ้น จนทางห้างร้านบริษัทหลายแห่งเริ่มนิยมกันอยู่พักหนึ่ง แต่ว่าในปี 1956 ทาง General Services Administration ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่หน่วยงานอื่นๆของรัฐ ได้ทำการศึกษาการจัดแป้นพิมพ์ทั้ง 2 แบบ และก็พบว่า การจัดแบบ QWERTY นั้น ทำให้พิมพ์ได้เร็วเท่ากับหรือมากกว่าแบบ DVORAK ทำให้ความนิยมของการจัดแป้นพิมพ์แบบ DVORAK ลดลงไปทั้ง นี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ปัจจุบันเราก็ไม่ได้นิยมใช้พิมพ์ดีดแบบเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นปัญหาเรื่องก้านพิมพ์ขัดกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อไป แล้วทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนกลับไปใช้แป้นพิมพ์แบบเรียงตามตัวอักษรเหมือนก่อน ซึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้หลายคนคงพอเดากันได้ว่าเป็นเพราะ เราคุ้นเคยและเคยชินกับแบบ QWERTY จนไม่อยากจะกลับไปเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งกับแบบเดิมเสียแล้วปล. แป้นพิมพ์ภาษาไทย ก็ให้เหตุผลเดียวกัน
www.siamsonth

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มารู้จักเว็บบล็อกกันเถอะ

Blog คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
http://www.keng.com